• Privacy Policy
  • Sample Page
News
No Result
View All Result
No Result
View All Result
News
No Result
View All Result

เผยโปรไฟล์ “วิษณี เทพเจริญ” สาวไทยผู้เป็นภรรยาของ “ยอม เรียก”

admin79 by admin79
December 8, 2025
in Uncategorized
0
เผยโปรไฟล์ “วิษณี เทพเจริญ” สาวไทยผู้เป็นภรรยาของ “ยอม เรียก”

วันที่ 7 ธ.ค. 2568 สำหรับ วิษณี เทพเจริญ เป็นทายาทของตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) (NUSA) — เครืออสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของไทย เธอถูกพูดถึงในสื่อว่าเป็น “นักธุรกิจสาวคนเก่ง” และ “ไฮโซทายาทหมื่นล้าน” ที่เติบโตในครอบครัวเศรษฐกิจฐานใหญ่

วิษณี เข้ามาทำหน้าที่เป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ DNA Clinic (ดีเอ็นเอ คลินิก) ผ่านบริษัท วิสนี กรุ๊ป จำกัด (Visanee Group) ซึ่งเธอเป็นหัวเรือใหญ่ในการบริหาร ภายใต้การบริหารของเธอ คลินิกได้ยกระดับให้เป็น “ศูนย์ความงามครบวงจรระดับพรีเมียม” — รวมบริการเสริมความงาม ผิวพรรณ ศัลยกรรม และบริการด้านเวชศาสตร์ความงามครบถ้วน

เธอวางแผนที่จะขยายธุรกิจ “DNA Clinic” ไปต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย (ASEAN) เป็นเป้าหมายแรกของการขยายสาขา ภายใต้กลยุทธ์ที่เน้นบริการคุณภาพสูงและมาตรฐานพรีเมียม

ทั้งนี้ วิษณี มีข่าวเกี่ยวโยงกับนักธุรกิจต่างประเทศ หลังแต่งงานกับ ยิม เลียก (Yim Leak) นักธุรกิจชั้นนำจากกัมพูชา ที่มีบทบาทใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์และโครงข่ายทุนของกัมพูชา นับเป็นการผสมผสานระหว่างทุนไทย–ทุนกัมพูชาในครอบครัวเดียวกัน

สุดยอดซูเปอร์คาร์แห่งปี 2025: การปฏิวัติสมรรถนะและความหรูหรา

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของ “ซูเปอร์คาร์” มาอย่างต่อเนื่อง จากเครื่องจักรที่เน้นความเร็วดิบ ไปสู่ผลงานวิศวกรรมที่ผสมผสานทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี ความหรูหรา และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ปี 2025 นี้ ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่อุตสาหกรรมซูเปอร์คาร์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง

ตลาดซูเปอร์คาร์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไล่ล่าความเร็วสูงสุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ นวัตกรรมที่ก้าวล้ำ การออกแบบที่สะกดทุกสายตา และที่สำคัญคือการตอบโจทย์ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดหรือไฟฟ้า นี่คือช่วงเวลาที่เส้นแบ่งระหว่างศิลปะ วิทยาศาสตร์ และความหลงใหลในยานยนต์มาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์แบบ ในบทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในปี 2025 ซึ่งแต่ละคันไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเร็ว แต่ยังเป็นตัวแทนของเทรนด์และทิศทางในอนาคตของโลกยานยนต์หรูอีกด้วย

เราจะสำรวจถึงปรัชญาการออกแบบ วิศวกรรมอันซับซ้อน แรงบันดาลใจเบื้องหลัง และเหตุผลที่ทำให้รถเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในทำเนียบสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่นักสะสมและผู้หลงใหลความเร็วทั่วโลกต่างปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างพลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า การมุ่งเน้นสมรรถนะในสนามแข่ง หรือการนำเสนอความหรูหราในรูปแบบที่แปลกใหม่ แต่ละคันล้วนมีเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้คุณได้สัมผัส

Ferrari 296 GTB: การเริ่มต้นยุคใหม่ของม้าลำพอง

Ferrari 296 GTB ไม่ใช่แค่ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติของ Ferrari ในยุคโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการด้านสมรรถนะที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในปี 2025 นี้ 296 GTB ได้พิสูจน์แล้วว่าการก้าวข้ามผ่านขนบเดิมๆ ด้วยการนำเครื่องยนต์ V6 มาผนวกกับระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไม่ได้ลดทอนจิตวิญญาณของ Ferrari ลงแม้แต่น้อย แต่กลับเติมเต็มมิติใหม่ๆ ให้กับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างน่าทึ่ง

หัวใจหลักของ 296 GTB คือเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ขนาด 2.9 ลิตรที่ได้รับการขนานนามว่า “Piccolo V12” ด้วยเสียงคำรามที่เร้าใจและรอบเครื่องที่สูงถึง 8,500 รอบต่อนาที ให้กำลังสูงสุดถึง 653 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับเครื่อง V6 เสริมทัพด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 167 แรงม้าที่ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ 8 สปีดแบบคลัตช์คู่ ทำให้ได้พละกำลังรวมสูงสุดมหาศาลถึง 830 แรงม้า และแรงบิด 740 นิวตันเมตร การผสมผสานที่ลงตัวนี้ส่งผลให้ 296 GTB สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 330 กม./ชม. ความพิเศษคือความสามารถในการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 25 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบสงบและลดมลพิษ

ในด้านการออกแบบ 296 GTB ถือเป็นความสำเร็จในการผสมผสานความคลาสสิกของ Ferrari เข้ากับเส้นสายที่ทันสมัยและลู่ลมอย่างชาญฉลาด รูปทรงโดยรวมยังคงความสง่างามตามแบบฉบับ Ferrari แต่รายละเอียดต่างๆ เช่น ไฟหน้าและไฟท้ายแบบใหม่ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านข้าง และการออกแบบกันชนหน้า-หลังที่ดุดัน สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามนั้น ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี จอแสดงผลดิจิทัลขนาด 16 นิ้วที่อยู่ตรงกลางแดชบอร์ด และจอแสดงผลขนาดเล็กด้านหลังพวงมาลัย ให้ข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เบาะนั่งทรงสปอร์ตโอบกระชับและรองรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบทั้งความสบายและการควบคุมที่แม่นยำ

ในมุมมองของนักลงทุนและผู้ที่ต้องการ “เป็นเจ้าของ” ซูเปอร์คาร์ระดับโลก 296 GTB ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถสปอร์ต แต่มันคือการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Ferrari ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ การที่มันเป็นซูเปอร์คาร์ PHEV V6 รุ่นแรกของค่าย ทำให้มีสถานะพิเศษและมีแนวโน้มที่จะรักษามูลค่าได้ดีในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้น มันคือบทพิสูจน์ว่าอนาคตของซูเปอร์คาร์ยังคงสดใสและเร้าใจ ไม่ว่าเทคโนโลยีการขับเคลื่อนจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม

Porsche 911 GT3 RS: จิตวิญญาณแห่งสนามแข่งบนท้องถนน

Porsche 911 GT3 RS เป็นนิยามของ “ซูเปอร์คาร์ที่สร้างมาเพื่อสนามแข่งแต่สามารถขับขี่บนท้องถนนได้” อย่างแท้จริง ในปี 2025 นี้ แม้ว่าโลกจะกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของพลังงานไฟฟ้า แต่ GT3 RS ยังคงยืนหยัดด้วยปรัชญาของเครื่องยนต์สันดาปภายในอันบริสุทธิ์และประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบ เที่ยงตรง และเร้าใจถึงขีดสุด

ภายใต้ฝากระโปรงหลังของ GT3 RS คือหัวใจสำคัญ นั่นคือเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอนแบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) ขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า และแรงบิด 470 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่หวือหวาเท่าซูเปอร์คาร์ไฮบริดบางรุ่น แต่สิ่งที่ทำให้ GT3 RS แตกต่างคือการตอบสนองของคันเร่งที่ฉับไว ไร้การรอรอบ และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ก้องกังวานราวกับเสียงเพลงจากสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในกลไกนี้ มันสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 312 กม./ชม. ซึ่งเป็นสมรรถนะที่เหลือเฟือสำหรับการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง

สิ่งที่ทำให้ GT3 RS เป็นตำนานคือการออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการทำงานเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอากาศพลศาสตร์ ตัวถังได้รับการปรับแต่งเพื่อสร้างแรงกด (downforce) มหาศาล ปีกหลังขนาดใหญ่ที่โดดเด่นคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยยึดเกาะถนนในความเร็วสูง ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ปรับแต่งมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ เบรกคาร์บอนเซรามิกที่ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถสูงสุด และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ล้วนเป็นส่วนประกอบที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบการควบคุมที่แม่นยำและตอบสนองได้ดั่งใจ

ภายในห้องโดยสารของ GT3 RS ถูกลดทอนความหรูหราที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อลดน้ำหนักและมุ่งเน้นที่ผู้ขับขี่เป็นหลัก เบาะนั่งทรงสปอร์ตแบบบัคเก็ตซีทที่โอบกระชับร่างกาย พวงมาลัยแบบ Flat-bottom ที่ให้การจับถนัดมือ และหน้าจอแสดงผลที่เน้นข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ราวกับกำลังนั่งอยู่ในรถแข่งจริง ๆ

ในยุคที่ซูเปอร์คาร์ส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นไฮบริดหรือไฟฟ้า Porsche 911 GT3 RS ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ ไม่ปรุงแต่ง และต้องการสัมผัสกับกลิ่นอายของซูเปอร์คาร์ในยุคคลาสสิกที่ยังคงเปี่ยมด้วยสมรรถนะระดับสูง มันคือการลงทุนในตำนานแห่งวิศวกรรมเยอรมันที่ไม่เคยตกยุค และเป็นรถที่ให้ “ความรู้สึก” ในการขับขี่ที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบันและอนาคต

Lamborghini Huracán Tecnica: ความสมบูรณ์แบบระหว่างถนนและสนามแข่ง

Lamborghini Huracán Tecnica ที่เปิดตัวในปี 2022 และยังคงเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองในปี 2025 เป็นตัวแทนของปรัชญาที่ผสมผสานความดุดันของซูเปอร์คาร์ในสนามแข่งเข้ากับความสามารถในการขับขี่บนท้องถนนในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว มันคือสะพานเชื่อมระหว่าง Huracán EVO และ Huracán STO ที่เน้นสมรรถนะสูงสุดในสนามแข่ง ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและการใช้งานที่เหมาะสมกับสภาพถนนทั่วไป

หัวใจของ Huracán Tecnica คือเครื่องยนต์ V10 หายใจตามธรรมชาติ (Naturally Aspirated) ขนาด 5.2 ลิตร ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini ให้พละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า และแรงบิด 565 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ไปยังล้อหลังโดยตรง ด้วยขุมพลังนี้ Tecnica สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดถึง 325 กม./ชม. สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ V10 นี้พิเศษคือเสียงคำรามที่ดุดันและเร้าใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ผู้หลงใหลซูเปอร์คาร์ใฝ่หา และเป็นสิ่งที่หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จและระบบไฮบริด

ด้านการออกแบบ Huracán Tecnica โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดันและโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่น Huracán ทั่วไป กระจังหน้าขนาดใหญ่ ช่องระบายอากาศที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ที่ดูเฉียบคมมากขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วที่ออกแบบมาโดยเฉพาะช่วยเสริมความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ทุกเส้นสายและทุกมุมของตัวรถถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศและสร้างแรงกด ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มสมรรถนะ แต่ยังช่วยให้รถดูน่าเกรงขามและสะกดทุกสายตา

ภายในห้องโดยสารของ Tecnica ยังคงรักษาความหรูหราตามแบบฉบับ Lamborghini ด้วยการตกแต่งที่ใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น อัลคันทาร่าและคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งทรงสปอร์ตให้การรองรับที่ดีเยี่ยมสำหรับการขับขี่ความเร็วสูง จอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้วสำหรับมาตรวัดความเร็วและจอแสดงผลขนาด 8.4 นิ้วตรงกลางคอนโซลรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Lamborghini Huracán Tecnica เป็นมากกว่าซูเปอร์คาร์ มันคือการเฉลิมฉลองของวิศวกรรมยานยนต์ที่ยังคงคุณค่าของเครื่องยนต์ V10 ที่น่าหลงใหล ในปี 2025 นี้ Tecnica ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการซูเปอร์คาร์ที่สามารถขับขี่ได้อย่างเร้าใจบนสนามแข่ง และยังคงให้ความสะดวกสบายและความหรูหราสำหรับการขับขี่ในเมืองได้อย่างไม่ติดขัด

McLaren Artura: ซูเปอร์คาร์ไฮบริดแห่งอนาคตที่จับต้องได้

McLaren Artura คือหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมในปี 2025 นั่นคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัดเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านระบบขับเคลื่อนไฮบริด Artura ไม่ใช่แค่ซูเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นแรกจาก McLaren เท่านั้น แต่ยังเป็นรถที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดที่เรียกว่า MCLA (McLaren Carbon Lightweight Architecture) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Artura มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง

หัวใจขับเคลื่อนของ McLaren Artura คือระบบส่งกำลังแบบไฮบริดที่ล้ำสมัย ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิด 720 นิวตันเมตร ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาดและการใช้คาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ทำให้ Artura สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 330 กม./ชม. นอกจากสมรรถนะที่น่าทึ่งแล้ว Artura ยังเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดคันแรกที่มาพร้อมกับระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) และระบบเบรกแบบ Regenerative ซึ่งช่วยดึงพลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้ถึง 30 กิโลเมตร

การออกแบบภายนอกของ Artura สะท้อนถึงปรัชญา “รูปทรงตามการใช้งาน” ของ McLaren ทุกเส้นสายและช่องอากาศถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์สูงสุด พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งความสง่างามและความโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับ McLaren ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ด้วยหน้าจอแสดงผลดิจิทัลที่ทันสมัย และระบบควบคุมที่ใช้งานง่าย เบาะนั่งทรงสปอร์ตให้ความรู้สึกมั่นคงและสบาย แม้ในการขับขี่ระยะทางไกล

สิ่งที่ทำให้ Artura แตกต่างจากซูเปอร์คาร์ไฮบริดอื่นๆ คือความสามารถในการเป็น “ซูเปอร์คาร์ที่ใช้งานได้ทุกวัน” ด้วยความเงียบสงบในโหมดไฟฟ้า ประหยัดน้ำมันในการขับขี่ทั่วไป และระเบิดพลังได้อย่างเต็มที่เมื่อต้องการ มันคือบทพิสูจน์ว่าซูเปอร์คาร์แห่งอนาคตไม่จำเป็นต้องแลกสมรรถนะกับการใช้งานจริง การเป็นเจ้าของ McLaren Artura ในปี 2025 คือการได้สัมผัสกับวิศวกรรมที่ล้ำสมัย ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น และการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการซูเปอร์คาร์

Maserati MC20: การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของตรีศูล

Maserati MC20 คือการประกาศการกลับมาสู่จุดสูงสุดของโลกซูเปอร์คาร์ของ Maserati อย่างแท้จริง ในปี 2025 นี้ MC20 ยังคงเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่งที่น่าจับตามอง ด้วยการผสมผสานความสง่างามแบบอิตาเลียนเข้ากับวิศวกรรมที่ล้ำสมัยและสมรรถนะระดับโลก มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้ และเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคใหม่ของแบรนด์ตรีศูล

หัวใจสำคัญของ MC20 คือเครื่องยนต์ Nettuno V6 เทอร์โบคู่ขนาด 3.0 ลิตร ที่พัฒนาโดย Maserati เอง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ Maserati ได้สร้างเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์ Nettuno มาพร้อมเทคโนโลยี Pre-Chamber Combustion ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจาก Formula 1 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ให้พละกำลังสูงสุด 630 แรงม้า และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ด้วยพลังอันมหาศาลนี้ MC20 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม.

โครงสร้างของ MC20 สร้างขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน (Carbon Fiber Monocoque) ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 1,500 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รถมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยมและมอบการควบคุมที่คล่องตัว ระบบกันสะเทือนแบบอิสระทั้งสี่ล้อ และระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ MC20 ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงและหยุดรถได้อย่างเฉียบขาดในทุกสถานการณ์

การออกแบบภายนอกของ MC20 สะท้อนถึงความสง่างามแบบมินิมอลลิสต์ของอิตาลี เส้นสายเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ซ่อนเร้นความดุดันไว้ภายใต้ความสวยงามไร้กาลเวลา ประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออก แต่ยังสร้างความโดดเด่นและน่าประทับใจ Maserati MC20 มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ MC20 Coupe ซึ่งเป็นรุ่นพื้นฐานหลังคาแข็ง, MC20 Spider รุ่นเปิดประทุนพร้อมหลังคาผ้า และ MC20 Trofeo ซึ่งเป็นรุ่นสมรรถนะสูงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นและช่วงล่างที่แข็งแกร่งกว่า ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

ในตลาดซูเปอร์คาร์ปี 2025 Maserati MC20 คือตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง ความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะระดับโลก และการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ มันคือการลงทุนในซูเปอร์คาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานศิลปะและวิศวกรรมอิตาเลียนได้อย่างลงตัว

Chevrolet Corvette C8: ซูเปอร์คาร์อเมริกันที่ท้าชนคู่แข่งยุโรป

Chevrolet Corvette C8 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการซูเปอร์คาร์นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2019 และในปี 2025 นี้ มันยังคงเป็นที่จับตามองในฐานะซูเปอร์คาร์จากฝั่งอเมริกาที่สามารถท้าชนกับคู่แข่งยุโรปได้อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Corvette นั่นคือการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์มาอยู่กลางลำตัวรถ (Mid-engine Layout) ซึ่งเป็นการพลิกโฉมทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่ไปโดยสิ้นเชิง

หัวใจหลักของ Corvette C8 คือเครื่องยนต์ LT2 V8 ขนาด 6.2 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้กำลังสูงสุด 495 แรงม้า และแรงบิด 637 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบคลัตช์คู่ไปยังล้อหลัง การจัดวางเครื่องยนต์แบบ Mid-engine ช่วยให้การกระจายน้ำหนักของรถดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ C8 มีสมรรถนะการเข้าโค้งและการยึดเกาะถนนที่เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างก้าวกระโดด มันสามารถเร่งความเร็วจาก 0-96.5 กม./ชม. (0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดถึง 312 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่า Corvette C8 ไม่ใช่แค่รถสปอร์ต แต่คือซูเปอร์คาร์ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับรถระดับโลกได้อย่างสบายๆ

การออกแบบภายนอกของ C8 มีความทันสมัยและดุดัน ด้วยเส้นสายที่คมชัดและรูปทรงที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ ไฟหน้า LED เพรียวบาง ผสานกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ สร้างความรู้สึกที่ทรงพลัง กระจกหลังขนาดใหญ่เปิดโอกาสให้มองเห็นเครื่องยนต์ V8 อันน่าเกรงขามได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นจุดดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง ช่องระบายอากาศด้านข้างขนาดใหญ่ และท่อไอเสียสี่ชุดที่จัดวางอย่างสมมาตร ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นซูเปอร์คาร์อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในห้องโดยสารของ Corvette C8 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเน้นที่ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาดใหญ่ และปุ่มควบคุมต่างๆ ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ให้ความรู้สึกหรูหราและไฮเทคกว่า Corvette รุ่นก่อนๆ วัสดุคุณภาพสูงที่ใช้ในการตกแต่งภายใน และเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ มอบความสบายในการขับขี่ระยะไกล ที่สำคัญคือ C8 ยังคงรักษาความเป็นรถสปอร์ตที่ใช้งานได้จริง ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระทั้งด้านหน้า (frunk) และด้านหลังที่เพียงพอสำหรับการเดินทาง

ในปี 2025 Chevrolet Corvette C8 ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่มองหาซูเปอร์คาร์ที่มีสมรรถนะระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าคู่แข่งจากยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ มันคือบทพิสูจน์ว่าซูเปอร์คาร์ไม่จำเป็นต้องแพงลิบลิ่วเสมอไป และยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและทรงประสิทธิภาพได้ไม่แพ้กัน

สรุป: อนาคตที่เร้าใจของซูเปอร์คาร์

ปี 2025 ได้เผยให้เห็นถึงภูมิทัศน์ของซูเปอร์คาร์ที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ตั้งแต่ Ferrari 296 GTB ที่นำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างขุมพลัง V6 ไฮบริดกับเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึง Porsche 911 GT3 RS ที่ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณของเครื่องยนต์สันดาปภายในอันบริสุทธิ์และสมรรถนะในสนามแข่ง Lamborghini Huracán Tecnica ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างถนนและสนามแข่งอย่างสมบูรณ์แบบ McLaren Artura ที่นิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่ใช้งานได้ทุกวัน Maserati MC20 ที่เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของความสง่างามและสมรรถนะอิตาเลียน และ Chevrolet Corvette C8 ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าซูเปอร์คาร์อเมริกันก็สามารถท้าชนคู่แข่งระดับโลกได้อย่างไม่เป็นรอง

ซูเปอร์คาร์เหล่านี้เป็นมากกว่ายานพาหนะ พวกมันคือผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่สะท้อนถึงนวัตกรรม ความหลงใหล และความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสม ผู้ที่แสวงหาความเร็ว หรือเพียงแค่ชื่นชมในความงามและเทคโนโลยี ยานยนต์เหล่านี้ล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจและประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนรอให้คุณได้สัมผัส ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมเชื่อว่ายุคของซูเปอร์คาร์ยังคงสดใสและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น

หากคุณหลงใหลในความเร็ว หรูหรา และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อย่ารอช้าที่จะสัมผัสกับสุดยอดซูเปอร์คาร์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง หรือหากคุณกำลังพิจารณาที่จะเป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์คันต่อไป และต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด เรายินดีให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณได้พบกับซูเปอร์คาร์ในฝันที่แท้จริง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ไปพร้อมกัน!

Previous Post

ด่วน! ปะทะเดือดที่ช่องอานม้า กัมพูชาลั่นไกก่อน – ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ตามกฎการปะทะ

Next Post

ด่วน! เบนินปั่นป่วน ทหารพยายามก่อรัฐประหาร แต่ถูกสกัดไว้ได้ทัน

Next Post
ด่วน! เบนินปั่นป่วน ทหารพยายามก่อรัฐประหาร แต่ถูกสกัดไว้ได้ทัน

ด่วน! เบนินปั่นป่วน ทหารพยายามก่อรัฐประหาร แต่ถูกสกัดไว้ได้ทัน

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • “เวย์” เข้าพบพนักงานสอบสวน ทนายย้ำยังไม่ถูกตั้งข้อหา พร้อมเปิด Ledger Nano พบคริปโทฯ มูลค่ากว่าแสนบาท
  • เอ ไชยา – แอน – มิตร มิตรชัย เล่าย้อนอาการคุณพ่อสมศักดิ์ก่อนสิ้นใจ เผยไม่เสียใจช่วงเวลาที่ผ่านมา และตั้งใจเดินหน้าสานต่องานของพ่อให้สำเร็จ
  • ชาวบ้านพื้นที่เสี่ยงในตราดแห่เข้าปั๊มเติมน้ำมันแน่น หลังสถานการณ์ตึงเครียด
  • BM-21 โผล่ตามนัด! ชายแดนไทย–กัมพูชาเข้าสู่วันที่ 2 ของการปะทะไม่หยุด กองทัพเดินหน้าปฏิบัติการ ขณะกัมพูชาประกาศจะบันทึกทุกภาพส่งต่อให้ชาวโลก
  • ทัพเรือเปิดปฏิบัติการผลักดันกองกำลังเขมร หลังลอบตั้งฐานที่บ้านหนองรี จ.ตราด พร้อมนำจรวดหลายลำกล้องเข้าพื้นที่

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.